ในเมื่อจากไปแล้ว เสียไปแล้ว ผ่านไปแล้ว ใยต้องทุกข์ ทําไมท่านจึงไม่สุขกับสิ่งที่เหลืออยู่ตรงหน้า

July 21, 2019

หมู่บ้านใกล้ชายป่าใหญ่  มีครอบครัวชายตัดฟืนอยู่ครอบครัวหนึ่ง  ชายตัดฟืนผู้นี้มีลูกชายอยู่ด้วยกัน 2 คน ทุกวันชายตัดฟืนและลูกชายทั้งสอง  จะต้องเข้าป่าไปตัดฟืนเพื่อนําไปส่งให้ร้านค้าในเมือง เพื่อความปลอดภัยจากสัตว์ร้ายในป่า  ชายตัดฟืนจะให้ลูกชายคนโตคอยเฝ้าระวังอยู่ด้านหน้า ส่วนคนเล็กก็คอยเฝ้าระวังอยู่ด้านหลัง  ช่วยกันระวังภัยจากสัตว์ร้ายต่าง ๆ และช่วยกันตัดฟืนไปส่งตามร้านค้า  ชีวิตประจําวันของพวกเขาก็เป็นเช่นนี้เรื่อยมา จนอยู่มาวันหนึ่ง  ลูกชายคนโตพลาดพลั้งถูกเสือลอบทําร้ายจนเสียชีวิต ชายตัดฟืนเสียใจมากจนแทบจะขาดใจ เขาเฝ้าโทษตัวเอง คอยตําหนิตัวเอง  รู้สึกว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทําให้ลูกชายคนโตต้องจากไป “ถ้าหากวันนั้นฉันไม่พาลูกเข้าป่า  ถ้าหากฉันไม่ได้เป็นคนตัดฟืน  ลูกของฉันก็คงไม่ต้องตาย…” ด้วยความทุกข์ใจอย่างเหลือล้น  ชายตัดฟืนจึงไปปรับทุกข์กับชายชราในหมู่บ้าน  หลังฟังเรื่องราว ชายชราก็ตอบกลับไปว่า “ดีแล้ว…  ดีแล้วที่ท่านยังมีสิ่งที่เหลืออยู่  ในเมื่อจากไปแล้ว เสียไปแล้ว ผ่านไปแล้ว ใยต้องทุกข์ ทําไมท่านจึงไม่สุขกับสิ่งที่เหลืออยู่ตรงหน้า” “ไม่จริง ลูกของฉันตายทั้งคนจะดีได้อย่างไร”  ชายตัดฟื้นตอบกลับทันทีด้วยความโมโหแล้วเดินจากไป หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ชายตัดฟืนก็ไม่ไปตัดฟืนอีกเลย  เขาตรอมใจกับความทุกข์ที่ไม่อยากยอมรับความจริง เจ้าของร้านค้าในเมืองต่างไม่พอใจ  ฟืนที่สังเอาไว้ล่วงหน้า กลับไม่มาส่งให้ตรงเวลา  จนทุกคนต้องมาตามกับลูกชายคนเล็กของชายตัดฟืน ด้วยความเกรงใจบรรดาเจ้าของร้านค้า  ลูกชายคนเล็กจึงตัดสินใจเข้าป่าอีกครั้งเพียงลําพัง  เพื่อไปตัดฟืนให้ร้านค้าที่สั่งเอาไว้ตามสัญญา สามวันผ่านไป…  มีคนพบศพลูกชายคนเล็กเสียชีวิตอยู่ในป่าข้างกองฟืน หลังจากชายตัดฟืนทราบข่าว  เขาเสียใจมากพร้อมกับนึกถึงคํากล่าวของชายชรา “ เหตุใดเราต้องรอให้เสียสิ่งที่เหลืออยู่ก่อน ถึงจะรู้ว่า สิ่งที่เหลืออยู่นั้นมีค่ามากกว่าสิ่งที่เสียไปเสมอ” […]

Read More

หินเปรียบเสมือนความทุกข์ ยิ่งทุกข์มากแค่ไหน หินก็หนักมากขึ้นเท่านั้น

July 21, 2019

“ แล้วจะทุกข์ไปทําไม..?” คุณเคยถามตัวเองกันบ้างไหม ความทุกข์เป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ และการแก้ปัญหาก็ไม่จําเป็นต้องทุกข์ เพราะการเป็นทุกข์ถือเป็นการเพิ่มปัญหา ขึ้นอีกอย่างหนึ่งแล้ว ทุกครั้งที่เราเจอกับปัญหา เราอยากแก้ปัญหาแค่เรื่องเดียวหรือเปล่า เราอยากแก้ปัญหาให้ได้ง่ายขึ้นไหม เพราะการปล่อยให้ใจเป็นทุกข์ไปแล้วนั้น ปัญหาที่เราต้องแก้ก็จะมีเพิ่มมากขึ้น ปัญหาที่เจอก็จะยิ่งหนักขึ้นและแก้ได้ยากยิ่งขึ้น การแก้ปัญหาของคนที่เป็นทุกข์ ก็เหมือนกับคนแบกหินไปแก้ปัญหา หินเปรียบเสมือนความทุกข์ ยิ่งทุกข์มากแค่ไหน หินก็หนักมากขึ้นเท่านั้น แล้วจะแบกหินไปเพื่ออะไร แล้วจะเป็นทุกข์ไปทําไม..? ความทุกข์เกิดจากความไม่รู้ เพราะเราไม่รู้ว่าคิดแล้วมันจะเป็นทุกข์ เราก็เลยคิดไปอย่างนั้นจนทุกข์ คิดอย่างไม่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น คิดอย่างไม่เข้าใจความจริงที่เป็นธรรมดา เป็นธรรมดาที่ใคร ๆ ก็ต้องเจอ โลกนี้มีความจริงที่เป็นธรรมดาอยู่หลายอย่าง ได้ลาภก็ย่อมเสื่อมลาก ได้ยศก็ย่อมเสื่อมยศ มีคนชมก็ย่อมมีคนนินทา มีสุขก็ย่อมมีทุกข์ มาเข้าใจความจริงที่เป็นธรรมดาไปกับเรื่องเล่าต่อไปนี้ จะได้หยุดคิดอย่างยึดติด จนเป็นทุกข์กันเสียที่เกิด Facebook Comments

Read More

เมื่อสิ่งทั้งหลายเปลี่ยนแปลงไป คนจะทันมันได้ ก็ต้องไม่ประมาท

July 20, 2019

พระพุทธศาสนาสอนหลักสําคัญ คือเรื่องของความ เปลี่ยนแปลงนี้ และความเปลี่ยนแปลงนั้นก็เป็นไปตามหลัก อนิจจัง ที่ว่าสิ่งทั้งหลายไม่คงที่ ไม่เที่ยงแท้ มีการเปลี่ยนแปลง ไปตลอดเวลา แต่ต้องย้ําและจําให้ชัดว่า การเปลี่ยนแปลง เป็นไปตามเหตุปัจจัย ทีนี้เมื่อเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย ถ้าเหตุปัจจัยดี ก็ทําให้เกิดผลดี ถ้าเหตุปัจจัยไม่ดี ก็ทําให้เกิดผลไม่ดี เมื่อเรา ต้องการผลที่ดี ก็สร้างเหตุปัจจัยที่ดี เพราะฉะนั้น กาลเวลาก็เตือนให้เรามาระลึกถึงความ เปลี่ยนแปลงว่า ความเปลี่ยนแปลงนั้นจะทําให้ดีได้ เราก็ต้อง มีความไม่ประมาท ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจะทรงสอนอยู่เสมอ ทรงย้ำ เตือนพุทธศาสนิกชนให้ไม่ประมาท แม้กระทั่งในวาระสุดท้าย เมื่อพระองค์จะปรินิพพาน ก็ยังตรัสปัจฉิมวาจา เป็นพุทธพจน์ ครั้งสุดท้าย ทรงย้ําเตือนว่า “วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะสัมปาเทถะ” แปลว่า “สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมสิ้นหรือสลายไป เป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม” Facebook Comments

Read More

พอมองอะไรๆ ได้ถูก ทุกอย่างก็ลุล่วง

July 20, 2019

พอมองอะไรๆ ได้ถูก ทุกอย่างก็ลุล่วง จิตใจก็โปร่งโล่ง ต่อไปอีกอย่างหนึ่ง คือท่าทีการมองสิ่งทั้งหลายอย่างถูก ทิศทาง ซึ่งเป็นท่าทีของจิตใจ ที่ยึดถือหลักการอันหนึ่งซึ่งเป็น พื้นฐานในพระพุทธศาสนา พุทธศาสนา เริ่มต้นด้วย สัมมาทิฏฐิ ถ้าเรามีสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นชอบ ยึดถือในหลักการที่ถูกต้องและวางท่าที ของจิตใจถูกต้องตามหลักการนั้นแล้ว อะไรต่ออะไรตามมา ก็ดีไปหมด สัมมาทิฏฐิที่เป็นจุดเริ่มต้นในพุทธศาสนา คือความ เห็นชอบ ได้แก่ เห็นว่าสิ่งทั้งหลายเป็นไปตามเหตุปัจจัย เพราะฉะนั้นเราก็ตั้งท่าที่ไว้ว่า จะมองตามเหตุปัจจัย เวลาเจอสถานการณ์อะไร ก็มองตามเหตุปัจจัย Facebook Comments

Read More

เลือก “สี” ให้ถูกโฉลก ตาม “ตำรามอญโบราญ”

July 20, 2019

วันอาทิตย์ ความสําเร็จ : สีม่วง โชคลาภ : สีขาว ทะเลาะ มีปากเสียง : สีเขียว เจ็บป่วย : สีดํา น้ําเงิน อํานาจ : สีครีม เทา มรณะ : สีชมพู บริวาร การขอความช่วยเหลือ : สีแดง วันจันทร์ ความสําเร็จ : สีขาว ครีม เทา โชคลาภ  : สีชมพู ทะเลาะ มีปากเสียง  : สีม่วง เจ็บป่วย : สีดํา น้ําเงิน อํานาจ : สีเขียว มรณะ  : สีแดง บริวาร การขอความช่วยเหลือ : สีเหลือง ส้ม วันอังคาร ความสําเร็จ : สีดำ น้ำเงิน […]

Read More

ชีวิตรุ่งเรืองแน่!! แค่ทำเคล็ดมงคล ตาม “ปีนักษัตร”

July 20, 2019

ปีชวด ปีนี้มีดาวมงคลส่องชีวิต ควรจัดวาง ง่วนป้อ (ทองก้อนจีน) ทาง ทิศตะวันออก ปีฉลู ปีนี้มีดาวความรักส่องชีวิต มีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ แต่ต้องระวังเรื่อง สุขภาพ ควรจัดวาง กวาง ทางทิศตะวันออก ปีขาล ปีนี้มีดาวมงคลส่องชีวิตมาก แต่ต้องระวังเรื่องอารมณ์ผันผวน สุขภาพ ควรจัดวาง ม้า ทางทิศตะวันตก ปีเถาะ ปีนี้ระวังเรื่องความรัก ความขัดแย้ง แต่งานโดดเด่น ควรจัดวาง มังกร ทางทิศตะวันตก ปีมะโรง ปีนี้ดีเรื่องหน้าที่การงาน อํานาจบารมี แต่ต้องระวังขัดแย้งกับผู้อื่น ขาดโชคลาภ ควรจัดวาง ฮก ลก ซิ่ว ทางทิศตะวันออก ปีมะเส็ง ปีนี้ให้ระวังเรื่องสัญญา คดีความ ควรจัดวาง วัว ทางทิศตะวันตก ปีมะเมีย ปีนี้มีดาวมงคลส่อง 3 ดวง การงาน โชคลาภ เงินทองสดใส แต่ ระวังเรื่องอารมณ์แปรปรวน ควรจัดวาง […]

Read More

เคล็ดมงคลเสริมส่งดวงชะตา ทำตามนี้ชีวิตดีเจริญรุ่งเรืองแน่นอน

July 20, 2019

เคล็ดปฏิบัติเพื่อความมั่งคั่งร่ำรวย ให้ปฏิบัติดังนี้ หาเวลาไปบูชาพระสิวลี พระสังกัจจายน์ หรือบูชาไว้ที่บ้าน หมั่นกล่าวคาถาบูชาและอธิษฐาน คาถาบูชาพระสิวลี อิมินา สักกาเรนะ สีวลีเถรัง อะภิปูชะยามิ เมื่อบูชาแล้วกําหนดภาวนาในใจว่า สีวลี จะ มะหาเถโร อินโท พรมมาจะ ปูชิตัง สัพพะลาภัง ประ สิทธิเม เถรัสสะ อานุภาเวนะ สัพพะโสตถี ภะวันตุเมฯ ทําบุญร่วมสร้างโบสถ์ และศาลาการเปรียญตามวัดต่างๆ บริจาคเงินและสิ่งของให้แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก ตามสถาน สงเคราะห์ หรือผู้ไร้ญาติ ร่วมทําบุญทอดกฐิน ทอดผ้าป่า  ตั้งมั่นในศีล 5 เว้นอบายมุขทุกชนิด  ยินดีช่วยกิจการของศาสนาอย่างแข็งขันด้วยใจบริสุทธิ์ เคล็ดปฏิบัติเพื่อให้มีลาภยศ อํานาจบารมี ให้ปฏิบัติดังนี้ ทําบุญร่วมสร้างพระประธาน ไม่ว่าจะร่วมสร้างทั้งกําลังกาย หรือกําลังทรัพย์ก็ได้ทั้งสิ้น ทําบุญเป็นเจ้าภาพงานบวช บริจาคทานแก่ผู้ยากไร้ อาจไม่ต้องบริจาคมากมายเพียงแค่ ทําตามกําลังทรัพย์ของเราเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว สนับสนุนอุ้มชูคนดี พิมพ์หนังสือธรรมะแจกจ่ายเป็นทาน อาจร่วมกันพิมพ์ หนังสือธรรมะกับเพื่อนแล้วแจกจ่ายก็ได้ ย่อมได้ผลเช่นกัน ถือศีล 8 อย่างสม่ำเสมอ […]

Read More

ตะลึง!! หมู่บ้านงูจงอาง จ.ขอนแก่น

July 16, 2019

ถึงแม้คนกับงูจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ ยิ่งเป็นงูที่มีพิษแล้วนั้น คงไม่มีใครอยากอยู่ด้วย แต่ที่หมู่บ้านบ้านโคกสง่า อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น แห่งนี้ ชาวบ้านเกือบทุกหลังคาเรือนเลี้ยงงูจงอางไว้ใต้ถุนบ้าน และจัดการแสดงงู ซึ่งเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย ทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติแวะมาที่หมู่บ้านนี้เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านโคกสง่า แรกเริ่มเดิมทีมีอาชีพเกษตรกรรมควบคู่กับการขายยาสมุนไพรซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษ แต่เนื่องจากการขายยาสมุนไพรต้องเร่ขายตามหมู่บ้านต่างๆ ด้วยความยากลำบาก จึงเปลี่ยนวิธีการขายใหม่โดยมีการจัดหางูเห่ามาแสดง เพื่อดึงดูดผู้คนและสามารถขายยาสมุนไพรได้มากขี้น แต่เนื่องจากงูเห่าพ่นพิษได้ไกลถึง 2 เมตร จึงทำให้เป็นอันตรายต่อทั้งผู้ชมและหมองูเอง ชาวบ้านจึงเปลี่ยนมาเป็นงูจงอางแทน การแสดงการต่อสู้กับงู ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู้รุ่น และในเวลาต่อมา การเลี้ยงงูจงอางก็เป็นที่นิยมขึ้นโดยเกือบทุกหลังคาเรือนจะเลี้ยงงูจงอางไว้ใต้ถุนบ้านของตนเอง ชกมวยกับงู การเลี้ยงงูจงอางที่บ้านโคกสง่าเป็นการเลี้ยงงูเหมือนสัตว์เลี้ยง เมื่อมีการเดินทางเพื่อเร่ขายยาสมุนไพรไปตามที่ต่างๆ เจ้าของงูจะใส่งูไว้ในลังไม้และเมื่อเปิดลังไม้ออก งูจะเลื้อยออกมาและแสดงพฤติกรรมธรรมชาติของมัน เช่น การแผ่แม่เบี้ย และข่มขู่ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เจ้าของฝึกฝน ส่วนการหยอกล้อหรือยั่วยุกับงู ตามที่มีการแสดงที่หมู่บ้านโคกสง่านั้น ชาวบ้านเรียกว่า “การชกมวยกับงู” ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจ และตื่นตาตื่นใจกับการแสดงที่เสี่ยงอันตรายแบบนี้ งานวันงูจงอาง จัดขึ้นที่หมู่บ้านโคกสง่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี โดยจะมีการแสดงศิลปะการต่อสู้ระหว่าง คนกับงูจงอาง ขบวนแห่งูจงอาง พิธีบายศรีสู่ขวัญงูจงอาง และการประกวดเทพีงูจงอาง อีกทั้งยังมีการสาธิตว่านและยาสมุนไพรชนิดต่างๆ พร้อมจำหน่ายโดยกลุ่มชาวบ้าน ว่านพญางู ภูมิปัญญาด้านสมุนไพรที่หลากหลายของหมอยาบ้านโคกสง่า ได้ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นโดยวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่จะปลูกว่านต่างๆ แล้วนำมาแปรรูปขายเป็นสมุนไพร […]

Read More

เที่ยวภูทอก ชมทะเลหมอก เบิ่งตะวันยามเช้า

July 16, 2019

ภูทอก จุดชมวิวและสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในจังหวัดเลย ในช่วงหน้าฝนแบบนี้ถือได้ว่าเป็นฤดูกาลที่เหมาะสมแก่การไปเยี่ยมชมอย่างมาก เพราะในวันไหนที่มีฝนตกลงมาตอนกลางคืนนั้นฟ้าหลังฝนจะแปรเปลี่ยนเป็นสายหมอกในยามเช้า เคล้ากับแสงตะวันสีทองที่ส่องประกายเปลี่ยนแปลงสายหมอกขาวให้กลายเป็นสีทองผ่องอำพันไปด้วย เป็นภาพบรรยากาศแห่งความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ควรค่าแก่การมาเห็นด้วยตาตัวเอง การเดินทางขึ้นสู่ภูทอกนั้นก็สามารถนั่งรถขึ้นไปที่จุดชมวิวได้เลยไม่ต้องผ่านการเดินป่าแต่อย่างใด ค่าบริการรถขึ้นสู่ภูทอกนั้นมีค่าบริการ 25 บาทเท่านั้น โดยจะมีรถบริการอยู่บริเวณด้านล่างทางขึ้นภู ระยะทางขึ้นมาสู่จุดชมวิวประมาณ 10 นาทีเท่านั้นถือว่าสะดวกสบายมากเลยทีเดียว จากจุดนี้จะสามารถมองเห็นไปได้ไกลถึงฝั่งลาว รวมถึงเห็นวิวแม่น้ำโขงจากมุมสูงด้วย เป็นวิวระดับล้านที่แลกมาด้วยค่าเดินทางระดับ 10 อย่างแท้จริง หากในช่วงหน้าฝนนี้ใครยังไม่มีแพลนจะไปเที่ยวกันที่ไหน ลองแวะมาชมความอลังการของทะเลหมอก และชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือสันเขาที่ภูทอกกันครับ ข้อมูลเพิ่มเติม พิกัดภูทอก : ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ช่วงเวลาในการชมทะเลหมอก : 5.00 – 8.30 น. Facebook Comments

Read More

ครั้งหนึ่งในชีวิต!! เก็บภาพความประทับใจ พิชิตทะเลหมอกภูทับเบิก เพชรบูรณ์

July 16, 2019

นักท่องเที่ยวจำนวนมากเริ่มทยอยเดินทางมาท่องเที่ยวบน “ภูทับเบิก” สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของจังหวัดเพชรบูรณ์ ในเรื่องของสภาพอากาศที่มีความหนาวเย็นตลอดทั้งปี และธรรมชาติที่สวยงาม โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน ที่มักจะปรากฏทะเลหมอก ให้นักท่องเที่ยวได้เห็น และเก็บภาพความประทับใจได้แทบตลอดทั้งวัน ซึ่งความสวยงามของธรรมชาติในฤดูฝน คือสภาพป่าจะมีความเขียวขจี ตัดกับท้องฟ้าสีน้ำเงิน และทะเลหมอกสีขาว นับเป็นภาพที่มีความสวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถพบเห็นได้ตลอดในช่วงนี้ ซึ่งบรรยากาศการเกิดทะเลหมอกในช่วงนี้จะปรากฏให้นักท่องเที่ยว เริ่มเก็บภาพความประทับใจ ตั้งแต่บริเวณทางขึ้น ช่วงบริเวณ S3 หรือตั้งแต่บ้านดอยน้ำเพียงดิน ต.วังบาล อ.หล่มเก่า ไปจนถึงจุดชมวิว หรือจุดที่มีความสูงที่สุดของภูทับเบิก ส่วนอุณหภูมิต่ำสุดในช่วงนี้ก็จะอยู่ที่ 17-18 องศาเซลเซียส Facebook Comments

Read More